Home > ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ > คำนามภาษาอังกฤษ (Noun) คำนามส่วนประกอบหลักของประโยค

คำนามภาษาอังกฤษ (Noun) คำนามส่วนประกอบหลักของประโยค

สวัสดีครับเพื่อนๆ บทความนี้จะสอนในเรื่องของคํานามภาษาอังกฤษนะครับซึ่งก่อนหน้านี้เราได้เรียนในเรื่องของส่วนประกอบต่างๆของภาษาอังกฤษไปแล้วนะครับในบทความนั้นจะบอกลำดับความสำคัญในส่วนประกอบหลักของประโยคภาษาอังกฤษซึ่งคํานามภาษาอังกฤษนั้นถือเป็นหนึ่งในส่วนประกอบที่สำคัญในนั้นด้วยนะครับเข้าเรื่องเนื้อหาคำนามเลยแล้วกันนะครับก่อนอื่นเรามาดูความหมายของคำนามกันก่อนเลยนะครับ

คำนาม (Noun) คือ คำที่เราใช้เรียกชื่อ คน สัตว์ สิ่งของ ต่างๆทั่วไปนั่นแหละครับ เช่น cat, car, river, fan, mobile, girl เป็นต้น

ต่อมาเป็นการแบ่งคำนามครับซึ่งตามหลักนั้นสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบขึ้นอยู๋กับว่าเราจะมองด้านไหนซึ่งในบทความนี้ผมจะนำการแบ่งคำนามที่เจอบ่อยที่สุดนะครับ นั่นคือ “การแบ่งคำนามตามหน้าที”

การแบ่งคำนามตามหน้าที

การแบ่งคำนามตามหน้าที่นั้นเป็นการแบ่งคำนามโดยดูว่าคำนามไหนเป็นคำนามที่นับได้และคำนามไหนเป็นคำนามที่นับไม่ได้เพราะในภาษาอังกฤษนั้นคำนามทั้งสองประเภทนี้มีความแตกต่างในการสร้างประโยค

คำนามที่นับได้ (countable noun) คือคำนามที่บอกจำนวนเป็นหน่วยเป็นชิ้นได้เลย ว่ากี่ชิ้น กี่อันซึ่งถ้ามีชิ้นเดียวเราก็จะเรียกว่าเป็นเอกพจน์ (singular) ถ้ามีตั้งแต่สองชิ้นขึ้นไปเราก็จะเรียกว่าเป็นพหูพจน์คำนามที่เป็นพหูพจน์นั้นจะมีการเติม –s ต่อท้ายคำนั้นๆด้วย เช่น

–        A book                                                                      – three cats

–        ten years                                                                  – five months

 

คำนามที่นับไม่ได้ (uncountable noun) คือคำนามที่บอกเป็นหน่วยๆเป็นชิ้นๆ ด้วยตัวเองตรงๆ ไม่ได้พูดง่ายๆคือ มีรูปเดียวคือรูปเอกพจน์ (singular) ไม่มีการเติม s เช่น

–        death                                                                        – water

–        history                                                                      – butter

สำหรับคำนามที่นั้บไม่ได้นี้บางคำก็อาจใช้คอื่นมาเพิ่มเพื่อบอกหน่วยเช่น อาจนำไปใส่ในขวด ใส่แก้ว ใส่กล่องโดเยนับจำนวนตามคำที่มาช่วยเพิ่มบอกหน่วย เช่น

–        a bottle of milk

–        a cup of coffee

–        a glass of water

คำนามบางคำนั้นก็เป็นทั้งคำนามที่นับได้และคำนามที่นับไม่ได้ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมเวลาใช้ด้วย เช่น

Fish ถ้าหมายถึง เนื้อปลาก็จะเป็นคำนามที่นับไม่ได้

ถ้า – a fish หมายถึง ปลาที่เป็นตัวๆ ก็จะเป็นคำนามที่นับได้

Chicken แปลว่า เนื้อไก่เป็นคำนามที่นับไม่ได้

แต่ถ้า two chicken ก็คือ ไก่สองตัว เป็นคำนามที่นับได้

คำนามบางคำปกติเป็นคำนามที่นับไม่ได้ แต่เวลาเราใช้พูดไม่เป็นทางการก็อาจใช้ง่ายๆ เหมือนคำนามนับได้เพราะถ้าใส่คำช่วยบอกหน่วยเหล่านั้นมันจะดูเยิ่เย้อเวลาพูด เช่น

เวลาเราสั่งกาแฟ ใช้ประโยคว่า

I want two coffees.

ฉันต้องการกาแฟสองแก้ว

มาจาก I want two cups of coffee. นั่นเอง

ต่อมานั้นจะเป็นการแบ่งคำนามอีกประเภทที่นิยมอีกประเภทหนึ่งนะครับนั่นคือการแบ่งคำนามโดยใช้รูปแบบที่สร้างคำนามนั้นขึ้นมาเป็นกการดูรายละเอียดว่าคำนามบางคำนั้นอาจเกิดจากการนำเอาคำหลายๆ คำ หลายๆประเภทมารวมกับคำนามยืนพื้นคำหนึ่งเพื่อสร้างเป็นคำนามคำเดียวขึ้นมา

การแบ่งแบบนั้ไม่ต้องซีเรียสมากนะครับ เอาแค่พอเห็นภาพคร่าวๆก็พอไม่จำเป็นนะครับว่าต้องท่องจำมัน เราเน้นเวลาเราใช้จริงก็พอครับผมจะขอยกตัวอย่างเท่าที่จำเป็นนะครับ

Noun + noun เช่น

–        A leather bag = กระเป๋าหนัง

–        A bus-stop = ป้ายรถเมล์

–        A toothbrush = แปรงสีฟัน

–        A shop assistant = พนักงานขายในร้าน

การเอาคำนามตั้งแต่สองคำมารวมกันเป็นคำเดียวแบบนี้อาจจะมีการเติม – (hyphen) เชื่อมตรงกลางหรืออาจไม่มีต่เขียนติดกันหรืออาจไม่มีแล้วเขียนเว้นจากกันอันนี้ก็แล้วแต่คำ แล้วแต่ความเคยชินบางคนอาจเติม – บางคนอาจเขียนติดกัน ใช้ไปเรื่อยๆ ใช้บ่อยๆเดี๋ยวก็รู้เองครับ

 

Noun + คำกริยา (verb) ที่ลงท้ายด้วย ing เช่น

–        A bird-watching = การชมนก

–        A fruit-picking = การเก็บผลไม้

คำกริยา (verb) ที่ลงท้ายด้วย ing + noun เช่น

–        A washing machine = เครื่องซักผ้า

–        A driving license = ใบขับขี่

คำกริยา (verb) + noun เช่น

–        A rowboat = เรืพาย

–        A pickpocket = คนล้วงกระเป๋า

คำบุพบท (preposition) + noun เช่น

–        A downpour = ผนตกหนัก

–        An inroad = การบุครุก

คำกริยา (verb) + คำบุพบท (preposition) เช่น

–        A breakthrough = ความก้าวหน้า

–        Makeup = เครื่องสำอาง

คำนาม + กลุ่มคำที่ตามหลังคำบุพบท เช่น

–        A son-in-law = ลูกเขย

–        Brothers-in-arms = พี่น้องร่วงทุกข์ร่วงส

ในความเป็นจริงแล้วเราจะเจอการสร้างคำนามจากหลายๆ แบบ มากกว่านี้เวลาเจอมันเราก็อย่าไปคิดมากอย่าพยายามสร้างเป็นสูตร ดูให้รู้ สังเกตุไว้แล้วฝึกใช้บ่อยๆ ฝึกสังเกตุการสร้างคำบ่อยๆ เดี๋ยวก็คล่องเองครับจบไปอีกส่วนแล้วนะครับในเรื่องของคำนามต่อมาเราจะมาดูอีกสองเรื่องที่เกี่ยวข้องแล้วต่อเนื่องกันของคำนามนะครับนั่นคือ

  1. การเปลี่ยนคำนามจากเอกพจน์ (singular) เป็นพหูพจน์(plural)
  2. รูปแบบการแสดงความเป็นเจ้าของ (The possession of nouns)

สำหรับสองเรื่องที่กล่าวถึงนี้ไว้เดี๋ยวผมจะนำไปเขียนในบทความต่อๆ ไปนะครับ

แสดงความคิดเห็น

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>