Home > บทสนทนาภาษาอังกฤษ > การทักทายภาษาอังกฤษในแต่ละโอกาสทักทายอย่างไร ?

การทักทายภาษาอังกฤษในแต่ละโอกาสทักทายอย่างไร ?

การที่เรานั้นจะติดต่อสื่อสารกับชาวต่างสักคนหนึ่งนั้นการทักทายกันให้เหมาะสมในแต่ละบุคคลนั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ความเหมาะสมที่ว่านี้คืออะไรนั้นผมจะยกตัวอย่างของคนไทยเรานะครับเวลาเราเจอเพื่อนที่เป็นเพื่อนที่สนิทเราเราจริงๆนั้นเราอาจจะทักเพื่อนคนนั้นเวลาเจอกันว่า “โย่วๆ นายเป็นไงบ้างไม่ได้เจอกันตั้งนาน” อะไรประมาณนี้ครับ ซึ่งคำว่า “โย่วๆ” นี้ถ้าเราเอาไปใช้กับบุคคลที่ไม่สมควรใช้อย่างเช่นกับอาจารย์หรือหัวหน้างาน ผมนึกภาพไม่ออกเลยนะครับว่าเข้าจะมองคุณอย่างไร การที่เรานั้นใช้คำทักทายที่เหมาะสมนั้นจะทำให้เขาคนที่เราสนทนาด้วยนั้นมองเราเป็นคนรู้กาลเทศะ ซึ่งการทักทายภาษาอังกฤษก็เช่นเดียวกันครับ ก่อนที่เราจะเจาะลึการทักทายแบบต่างๆนั้นเรามาทำความรู้จักกับการทักทายทั่วไปในเวลาต่างๆกันก่อนเลยนะครับ

      • Good morning กูด มอร์นิ่ง  ใช้สวัสดีในตอนเช้า (เช้าถึงเที่ยงวัน)
      • Good afternoon กู๊ดอ๊าฟเตอร์นูน  ใช้สวัสดีในตอนบ่าย (เที่ยงวันถึง 6 โมงเย็น)
      • Good evening กูด อีฟนิ่ง ใช้สวัสดีในตอนเย็น (6 โมงเย็นเป็นต้นไป)

ซึ่งทั้งสามกูดด้านบนนี้เราจะใช้กับใครก็ได้ครับ ส่วนคำทักทายที่คล้ายๆกับคำว่าสวัสดีก็มีอีกนะครับนั่นคือ

Hello เฮลโล ซึ่งคำนี่เราจะใช้กับเพื่อนสนิท สามารถใช้เวลาไหนก็ได้และเป็นการทักทายภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการนะครับ

Hi ไฮ ก็คล้ายๆกับว่าว่า Hello นั่นแหละครับ แต่คำนี่จะใช้กับเพื่อนที่สนิทมากๆ เป็นคำทักทายที่ไม่เป็นทางการเช่นเดียวกันครับซึ่งถ้าเปลี่ยนเทียบก็คล้ายๆกับคำว่า “โย่วๆ” ที่ผมลองยกตัวอย่างด้านบนนั้นแหละครับ

ในส่วนของการทักทายนั้นเราก็ได้ทราบคร่าวๆ กับไปแล้วนะครับว่าถ้าหากเจอหน้าบุคคลคนนั้นเราควรจะใช้คำทักทายว่าอย่างไรต่อมานั้นจะเป็นเรื่องของสิ่งๆหนึ่งที่จำคือธรรมเนียมปฎิบัติตามมารยาทของสังคมครับพอเราทักทายกันแล้วต่อมาก็จะเป็นการทามไถ่สาระทุกข์สุกดิบกันตามมารยาทนะครับ ซึ่งในภาษาอังกฤษนั้นคำที่นิยมใช้ในการถามสารทุกข์สุกดิบนี้ก็คือคำว่า

  • How are you? ฮาว อาร์ ยู ซึ่งก็หมายถึง คุณเป็นอย่างไรบ้าง

ส่วนผู้ตอนนั้นก็จะตอบในลักษณะนี้อย่างไรอย่างหนึ่งตามความรู้สึก ณ ขณะนั้นของผู้ตอบเอง เช่น

  • Fine, thanks. How are you? ไฟน์ม แท้งค์ส. ฮาว อาร์ ยู

สบายดีครับ/คะ ขอบคุณ แล้วคุณหละเป็นอย่างไรบ้าง

  • Very well, thanks you. And you? เวลี่ เวล, แธ้งค์ส กิ้ว, แอน ยู

สบายดีมากเลยครับ/คะ ขอบคุณ แล้วคุณหล่ะ

  • OK thanks and you? โอเค แธ้วค์ส แอนยู

โอเค ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ

ซึ่งตอนผมเรียนที่โรงเรียนมัธยมนั้นส่วนใหญ่พอเข้ารียนภาษาอังกฤษก็จะใช้ คำว่า I’m find thank you and you? เหมือนเป็น pattern มาตรฐานของห้องผมไปเลยครับในช่วงเรียนนั้นๆสุดท้ายของการทักทายภาษาอังกฤานี้เดี๋ยวผมจะยกประโยคการสนทนามาให้เป็นตัวอย่างกันนะครับ

(ถ้าหากจะฟังเสียงคำอ่านให้คลมที่ประยคภาษาอังกฤษแล้วกดรูปลำโพงเพื่อฟังเสียงการทักทายภาษาอังกฤานั้ได้เลยนะครับ)

 

Jimmy: Good morning Mr.Ray                กูดมอร์นิ่งเรย์

จิมมี่     : สวัสดียามเช้า เรย์

Ray   : Good morning Mr.Jimmy           กูด มอร์ นิ่ง จิมมี่

เรย์       : สวัสดียามเช้าจิมมี่

Jimmy:How are you this morning?      ฮาว อาร์ ยู ดิส มอร์นิ่ง

จิมมี่     : สบายดีรึป่าว

Ray   : Find, thanks, and you?                ไฟน์ แธ้งค์ส แอน ยู

เรย์       : อืม สบายดี ขอบคุณ แล้วคุณล่ะ

Jimmy:Very well, thanks you.                 เวรี่ เวล แธ้งค์ส กิ้ว

จิมมี่     : สบายดีมากเลยขอบคุณ

Ray   :Nice day is it?                                ไนซ์ เดย์ อิสซึ่ง อิส

เรย์       : วันนี่ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆเลยนะ

Jimmy:it certainly is.                                อิท เซอร์เทนลี่ อีส

จิมมี่     : ใช่แน่นอน

นี้เป็นรูปแบบของการทักทายภาษาอังกฤษในรูปแบบต่างๆนะครับ ซึ่งการที่เรานั้นทักทายคนอื่นตามกาลเทศะนั้นบุคคลคนนั้นอาจจะในไปสู่โอกาสต่างๆก็เป็นไปได้นะครับ ส่วนในเรื่องของดารใช้จริงนั้นลองนำไปฝึกใช้ในโอกาสต่างๆดูนะครับ ลองไปทักทายคนอื่นที่เป็นชาวต่างชาติแล้วฟังเรียนรู้สำเนียงของเขาจะทำให้เรานั้นสามารถพูดภาษาอังกฤาได้ไวขึ้นอย่างแน่นอนครับ

 

แสดงความคิดเห็น

Loading Facebook Comments ...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>